ประวัติสมาคม

สมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

       จากรายงานประจำปี ของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กระทรวงเกษตราธิการ ประจำปีพุทธศักราช 2498 ว่าด้วยการปกครองของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนี้
       ใน พ.ศ. 2486 รัฐบาลได้ตราพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เพื่อจัดตั้งสถาบันการศึกษาทางวิชาการเกษตร ให้ชื่อว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มีหน้าที่ดำเนินการจัดการศึกษาค้นคว้าและส่งเสริมวิชาการเกษตรศาสตร์ และวิชาอื่น ๆ อันเกี่ยวเนื่องกับการเกษตรแต่ละสาขาวิชามีหน่วยบริการการดำเนินการศึกษาค้นคว้าและส่งเสริม อันเรียกว่า คณะ แบ่ง เป็น 4 คณะ คือ
       1. คณะเกษตรศาสตร์
       2. คณะวนศาสตร์
       3. คณะสหกรณ์และเศรษฐศาสตร์
       4. คณะการประมง

       ต่อมาใน พ.ศ. 2497 ได้มีพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2497 ให้รับโอนคณะสัตว์แพทยศาสตร์ในมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และให้รวมโรงเรียนช่างกรมชลประทานเข้าอยู่ในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ดังนั้น ใน พ.ศ. 2498 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงประกอบด้วยคณะต่าง ๆ 6 คณะ คือ
       1. คณะเกษตรศาสตร์
       2. คณะวนศาสตร์
       3. คณะสหกรณ์และเศรษฐศาสตร์
       4. คณะการประมง จัดการศึกษาสาขาวิชาการประมง
       5. คณะสัตว์แพทยศาสตร์
       6. คณะวิศวกรรมชลประทาน

       กิจกรรมทางด้านวิชาการของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อยู่ในความควบคุมดูแลของสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ซึ่งประกอบด้วยกรรมการ 3 ประเภท คือ
       1. กรรมการโดยตำแหน่ง คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร อธิการบดีรองอธิการบดีและคณบดีโดยตำแหน่งต่าง ๆ ในมหาวิทยาลัย
       2. กรรมการที่เลือกตั้งขึ้นจากบรรดาศาสตราจารย์ หรือ อาจารย์ ซึ่งดำรงตำแหน่งหัวหน้าแผนกของคณะต่าง ๆ คณะละหนึ่งหรือสองคน แล้วแต่ความเห็นของสภามหาวิทยาลัย
       3. กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งจะได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งขึ้นเป็นจำนวนไม่เกินกึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการประเภท 1 และ 2 รวมกัน

       กรรมการสภามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2498 (ชุดแรกของมหาวิทยาลัยฯ) (1) กรรมการโดยตำแหน่ง
       1. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร จอมพล ผิน ชุณหะวัน นายกสภามหาวิทยาลัย
       2. อธิการบดีมหาวิทยาลัย หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ อุปนายก
       3. รองอธิการบดีคณะเกษตรศาสตร์ หม่อมเจ้า จักรพันธุ์ เพ็ญศิริ จักรพันธุ์ กรรมการ
       4. คณบดีคณะเกษตรศาสตร์
           *นายอินทรีย์ จันทรสถิตย์ กรรมการ
           **หลวงสมานวนกิจ กรรมการ
       5. คณบดีคณะวนศาสตร์ หม่อมเจ้าสืบสุขสวัสดิ์ สุขสวัสดิ์ กรรมการ
       6. คณบดีคณะสหกรณ์และเศรษฐศาสตร์ พระพิจารณ์พาณิชย์ กรรมการ
       7. คณบดีคณะการประมง นายบุญ อินทรัมพรรย์ กรรมการ คณบดีคนแรกของคณะประมง
       8. คณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ พันโทหลวงชัยอัศวรักษ์ กรรมการ
       9. คณบดีคณะชลประทาน หม่อมหลวงถาวร สวิทวงศ์ กรรมการ
       10. รักษาการ เลขาธิการสภา นายกวี วิสุทธารมณ์ กรรมการ
นำมาบันทึกไว้เพื่อให้ชาวมีนกรได้รู้จักบูรพาจารย์ ผู้สร้างมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ด้วยวิสัยทัศน์อันกว้างไกลของคณาจารย์ทุกท่านทำให้มีคณะประมงในวันนี้ ขอน้อมคารวะอย่างสูงด้วยความเคารพอย่างยิ่ง
ว่าด้วยคณะการประมง

การแบ่งแผนกวิชาในคณะการประมง ออกเป็น 3 แผนก คือ
       1. แผนกวิชาการประมง
       2. แผนกวิชาเพาะเลี้ยง
       3. แผนกวิชาผลิตภัณฑ์

เจ้าหน้าที่ในคณะประมง
       คณะบดี (กิตติมศักดิ์) นายบุญ อินทรัมพรรย์ B.S.
       รองคณบดี (กิตติมศักดิ์) นายจินดา เทียมเมธ B.S, M.S, Dip in Fish Culture
       อาจารย์ นายประยูร ณ นคร

กรรมการประจำคณะ
       นายบุญ อินทรัมพรรย์ ประธานกรรมการ
       นายจินดา เทียมเมธ กรรมการ
       นายสนั่น ร่วมรักษ์ กรรมการ
       นายเมฆ บุญพราหมณ์ กรรมการและเลขานุการ

แผนกวิชาการประมง
       หัวหน้าแผนก (กิตติมศักดิ์) นายสนั่น ร่วมรักษ์ B.Sc. in fisheries alumni
       อาจารย์ผู้ช่วย (ว่าง)

แผนกวิชาเพาะเลี้ยง
       หัวหน้าแผนกวิชา (กิตติมศักดิ์) นายจินดา เทียมเมธ B.S.,M.S.,Dip in Fish Culture
       อาจารย์ นายเมฆ บุญพราหมณ์

แผนกผลิตภัณฑ์
       หัวหน้าแผนกวิชา (กิตติมศักดิ์) นายบุญ อินทรัมพรรย์ B.S.
       อาจารย์ผู้ช่วย นางสาวบังอร เกษมศานสต์ ภ.บ.ว

อาจารย์พิเศษ
       1. นายปรีดา กรรณสูต B.F.Sc.,B.S.,M.S.,วิชาเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด
       2. นายวุรุฬห์ สุวรรณกิติ B.Sc.,M.S., วิชาสัตวบาล
       3. นายปุ๋ย โรจนบุรานนท์ B.S.Chem. Dip in lnd Chem วิชาอุตสาหกรรมสัตว์น้ำ
       4. นายสันต์ บัณฑุกุล ธ.บ., Fish Mgt and Distribution วิชากฎหมายประมง
บันทึกชื่ออาจารย์รุ่นแรกที่มีส่วนในการสร้างและวางรากฐานการประมงของประเทศโดยเฉพาะอย่างยิ่งเป็นบูรพาจารย์ของชาวมีนกร

หลักสูตร
       หลักสูตรในคณะประมงแบ่งออกเป็น 2 ตอน คือ (1) สามปีแรก เป็นหลักสูตรชั้นอนุปริญญานิสิตต้องศึกษาให้ได้คะแนน 118 หน่วย จึงจะมีสิทธิ์ได้รับอนุปริญญาและ (2) สองปีหลัง นิสิตที่ได้คะแนนในขั้นอนุปริญญา ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 70 จึงจะมีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาให้ศึกษาต่อและต้องศึกษาให้ได้คะแนนอีก 35 หน่วย จึงจะขอรับปริญญาการประมงบัณฑิตได้

       เมื่อเริ่มตั้งคณะกรรมการประมงใน พ.ศ. 2486 นั้น มีหลักสูตรที่ได้รับอนุมัติให้เปิดสอน 2 หลักสูตร (ตามพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักสูตรปริญญาตรีในมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พ.ศ. 2489 และมีผลบังคับตามที่ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ตั้งแต่วันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2489) คือหลักสูตรอนุปริญญาการประมง (อป.ป.) หลักสูตร 3 ปี และหลักสูตรการประมงบัณฑิต (กม.บ.) หลักสูตร 5 ปี แต่คณะประมงเปิดสอนเฉพาะระดับอนุปริญญาเท่านั้นเนื่องจากขาดแคลนทั้งอาจารย์ อุปกรณ์การเรียนการสอน และอาคารสถานที่ อาคารเรียนในสมัยนั้นใช้ร่วมกับคณะเกษตรศาสตร์และใช้สถานที่ของกรมประมงซึ่งอยู่ในบริเวณเกษตรกลางบางเขน คณาจารย์ทีสอนล้วนเป็นข้าราชการกระทรวงเกษตราธิการ เนื่องจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มีฐานะเป็นกรมหนึ่งของกระทรวงเกษตราธิการ

       นิสิตรุ่นแรกที่จบการศึกษาระดับอนุปริญญาการประมง ใน พ.ศ. 2486 มี 3 คน คือ ม.ล.พรชัย นพวงศ์ นายสัมฤทธิ์ วงศ์เลิศ และนายอุทัย พรหมมินทร์ (มีนกรรุ่นที่ 1) และ พ.ศ. 2490 มีผู้จบอนุปริญญาอีก 4 คน คือ นายเมฆ บุญพราหมณ์ นายไหว ภิญโญ นายอารีย์ สิทธิมังค์ และนายอำพล พงศ์สุวรรณ (มีนกรรุ่นที่ 2) หลังจากนั้น พ.ศ. 2491 มีผู้จบอนุปริญญาอีก 10 คน (มีนกรรุ่นที่ 3) ตั้งแต่ พ.ศ. 2492 ถึง พ.ศ. 2496 ไม่มีนิสิตเข้าศึกษาในคณะประมง

       ใน พ.ศ. 2496 อาจารย์เมฆ บุญพราหมณ์ ซึ่งรับราชการที่กรมประมงได้โอนมารับราชการในคณะการประมง ซึ่งมีอาจารย์ประจำอยู่ 2 ท่าน คือ นาวาโทสว่าง เจริญผล และอาจารย์ประยูร ณ นคร นอกจากนี้ยังได้รับอาจารย์เพิ่มอีก 2 ท่าน คือ นายเอิน สุขิณฑะ และ นายปิยะ สวัสดิ์สุมน โดยมี นายบุญ อินทรัมพรรย์ ทำหน้าที่เป็น คณบดี ในช่วงนี้ได้มีการรื้อพื้นที่จะเปิดสอนหลักสูตรปริญญาตรีขึ้นในคณะการประมงกำหนดคุณสมบัติผู้เข้าเรียน ให้ผู้จบอนุปริญญาการประมง หรืออนุปริญญากสิกรรม และสัตวบาลเข้าเรียนต่อ เพื่อรับปริญญาทางการประมงได้ด้วย ดังนั้นใน พ.ศ. 2496-2497 จึงมีนิสิตเข้ามาเรียนชั้นปีที่ 4 และ ปีที่ 5 อีก 10 คน และมีนิสิตชั้นปีที่ 1 อีก 23 คน เป็นมีนกรรุ่นที่ 4,5 ตั้งแต่ พ.ศ. 2497 มีนิสิตเข้าเรียนคณะประมงอย่างต่อเนื่องในปี พ.ศ. 2499 มีผู้สำเร็จการศึกษาเป็นบัณฑิตการประมง (กม.บ.) รุ่นแรกที่รับปริญญาตรี หลักสูตร 5 ปี (อนุปริญญา + 2 ปี)

       พ.ศ. 2599 นอกจากจะมีบัณฑิตการประมงรุ่นแรก ซึ่งประกอบด้วยมีนกรุ่นที่ 4 และ 5 แล้วพวกมีกร รุ่นที่ 6 ซึ่งเข้าเรียน พ.ศ. 2497 ได้รับอนุปริญญาพร้อมไปด้วยเพราะตัวดิฉันเองเข้าเรียนคณะประมง พ.ศ. 2502 (มีนกรรุ่น 10) มีสิทธิรับอนุปริญญาในปี 2505 เช่นเดียวกันก่อนที่จะเป็นบัณฑิตวุฒิ กม.บ. ใน พ.ศ. 2507 ในปี 2499 ยังมีการเปลี่ยนแปลงอีกเรื่องที่ควรจะบันทึกไว้คือการเปลี่ยนชื่อคณะใหม่จากเดิม “คณะการประมง” เป็น “คณะประมง” และใช้อยู่จนปัจจุบันนี้มีอาจารย์เพิ่มขึ้นอีก 2 ท่าน คือ อาจารย์ทัสนี สรสุชาติ และ อาจารย์สัจจา ยืนยง ที่ทำการคณะประมงในสมัยนั้นอยู่ร่วมกับคณะสหกรณ์และเศรษฐศาสตร์ ซึ่งดิฉันมีโอกาสใช้ตึกนี้ขณะที่เป็นนิสิตใหม่ ปี 1 พ.ศ. 2502 มีการประชุมน้องใหม่ ที่ตึกนี้ยังจำพี่อุรุพันธ์ บุญประกอบ ซึ่งเป็นประธานนิสิต ได้ติดตา ปัจจุบันตึกนี้ คือ สถาบันวิจัยพืชไร่

       พ.ศ. 2503 คณะประมงได้มีอาคารที่ทำการคณะเป็นของตัวเองหลังแรก คือตึก พลเทพ (ปัจจุบันเป็นกองประมงน้ำกร่อย) เฉพาะตึกหน้าเท่านั้นส่วนอาคารหลังอื่น ๆ ต่อเติมภายหลัง ดิฉันโชคดีที่มีโอกาสเรียนที่อาคารร่วมกับคณะสหกรณ์และได้ย้ายมาตึกพลเทพในต้นปี 2503 จึงเป็นรุ่นแรกที่เรียนอาคารใหม่

       พ.ศ. 2507 ปีที่มีนกรรุ่น 10 หรือ เค.ยู.รุ่น 19 รับปริญญา การประมงบัณฑิต (กม.บ.) มีการปรับหลักสูตรอีกครั้ง เหลือ 4 ปี ไม่มีอนุปริญญา เช่นเดียวกับหลักสูตรอื่น ๆ ดังนั้น ผู้ที่รับปริญญา กม.บ. จึงมีถึงมีนกร รุ่นที่ 14 หรือ เค.ยู. 23 รุ่นคนดังผู้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของกรมประมงหลายเรื่อง คือ ดร.ปลอดประสพ สุรัสวดี

       พ.ศ. 2509 มีการปรับปรุงหลักสูตรใหม่ เป็นวิทยาศาสตร์บัณฑิต (การประมง) หรือ วท.บ. (ประมง)ใช้หลักสูตรนี้ เรื่อยมาจนถึง พ.ศ. 2517 มีการปรับปรุงหลักสูตรอีกครั้งใน พ.ศ. 2520 โดยแยกสาขาวิชาเอกเป็น 5 สาขา และใช้ต่อมาจนถึง พ.ศ. 2529 มีการปรับปรุงในรายละเอียดและวิธีการเข้าเรียนถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรระดับปริญญาตรีภายใน และปรับใหม่อีกครั้งในปี พ.ศ. 2542

       พ.ศ. 2512 การเจริญเติบโตของคณะประมงเพิ่มมากขึ้นทั้งนิสิต อาจารย์ จึงต้องสร้างอาคารหลังใหม่และเปิดสอนระดับปริญญาโท หลักสูตร ว.ท.ม. (วิทยาศาสตร์การประมงมหาบัณฑิต) ใน พ.ศ. 2516 เป็นครั้งแรก

       พ.ศ. 2523คณะประมงต้องย้ายที่ทำการอีกครั้ง เนื่องจากการแบ่งพื้นที่ของกระทรวงเกษตรจากส่วนของมหาวิทยาลัย ฯ โดยใช้ถนนสุวรรณวาจกกสิกิจ เป็นเขตแบ่งคณะประมงใหม่สร้างขึ้นจากโครงการเงินกู้จากธนาคารโลกตามโครงการพัฒนามหาวิทยาลัย เป็นอาคารคอนกรีต 5 ชั้น เนื้อที่ 2,552 ตารางเมตร และมีภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ มีพื้นที่แยกออกไป ต่อมาภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล และภาควิชาการจัดการประมง ได้รับงบประมาณสร้างอาคารเรียนใหม่บริเวณใกล้เคียงกับภาควิชาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจนกระทั่ง พ.ศ. 2548 ทุกภาควิชาหรือต้องบอกว่า คณะประมงทั้งหมด ได้ย้ายมาอยู่บริเวณเดียวกัน มีอาคารใหม่ 8 ชั้น เพิ่มขึ้นอีก 1 อาคาร หรือที่รู้จักกันว่า “อาคารบุญอินทรัมพรรย์” เป็นที่ทำการของภาควิชาชีววิทยาประมงและภาควิชาผลิตภัณฑ์ประมง พร้อมห้องเรียนรวมของคณะและเป็นที่ตั้งของสมาคมนิสิตเก่าคณะประมง มก.

       พ.ศ. 2551 ปีการศึกษานี้คณะประมง มีนิสิตใหม่เข้ามาศึกษาในภาคต้นเป็น เค.ยู. รุ่นที่ 68 มีนกรรุ่น 59 จำนวน 260 คน จาก พ.ศ. 2486 ถึง พ.ศ. 2551 เป็นเวลา 65 ปี มีศิษย์เก่าคณะประมงจำนวนมากกว่า 4,000 คน และ 1 ในจำนวนทั้งหมดมีนิสิตเก่าพระองค์หนึ่งที่ชาวมีนกรสมควรภาคภูมิใจยิ่ง คือ ทูลกระหม่อมหญิงจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี จบการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ เมื่อปีการศึกษา 2549 – 2550 ที่ผ่านมา นอกจากทูลกระหม่อมฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ วลัยลักษณ์ อัคราชกุมารี แล้วกรมประมง คณะประมง ได้รับพระมากรุณาธิคุณอย่างยิ่งจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงพระราชทานปลานิลให้กรมประมงเพื่อขยายพันธุ์ให้กับพสกนิกรของพระองค์ และใน พ.ศ. 2542 คณะประมง โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้ขอพระราชทานพระบรมราชวโรกาสทูลเกล้า ฯ ถวายปริญญาวิทยาศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิทยาศาสตร์การประมง แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2542 เป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

       ทั้งหมดเป็นเส้นทางของชาวมีนกรฉบับย่อพอเป็นสังเขป เพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังกลับแหล่งที่มาของชาว “มีนกร” ได้